สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา วันที่ 6 ตุลาคม 2567 (เวลา 07.30 น)
กรมชลประทาน แจ้งว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าปัจจุบันวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 06.00 น. ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสถานี C.2 นครสวรรค์ที่ 2,383 ลบ.ม./วิ สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง ct.19 อุทัยธานี 233 ลบ.ม./วิ ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,150 ลบ.ม./วิ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.31 ม.รทก.
ดังนั้นโครงการฯ ทยอยปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตามลำดับ ดังนี้
1) วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 08.00 น. ทยอยเพิ่มจากอัตรา 2,150 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,200 ลบ.ม./วิ ในเวลา 11.00 น. และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
2) วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 น. ทยอยเพิ่มจากอัตรา 2,200 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,250 ลบ.ม./วิ ในเวลา 16.00 น. และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
การทยอยระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลกระทบในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองโผงเผง คลองบางบาล แม่น้ำน้อย และพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกันน้ำบริเวณจังหวัดชัยนาท อำเภอสรรพยา และวัดสิงห์ (ตำบลโพนางดำตก) จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี พรหมบุรี และอินทร์บุรี (วัดสิงห์ วัดเสือข้าม) จังหวัดอ่างทอง อำเภอป่าโมกและไชโย (วัดไชโย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา บางบาล ผักไห่ (ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง) และเสนา (ตำบลหัวเวียง) จังหวัดปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานีและสามโคก จังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด (ตำบลท่าอิฐ) อำเมืองนนทบุรี (ตำบลไทรม้าและบางไผ่)
ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่ ดังกล่าวติดตามข่าวสารจากรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง โดยหากบ้านเรือนหรือพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรย้ายสิ่งของมีค่า สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การเกษตรไปยังที่สูง
เตรียมแผนอพยพ: ควรวางแผนเตรียมตัวสำหรับการอพยพ โดยเตรียมถุงยังชีพและสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เอกสารสำคัญ และเสื้อผ้า ในกรณีที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ป้องกันน้ำเข้าบ้าน: บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำควรเตรียมถุงทรายหรืออุปกรณ์กันน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมในบ้านเรือน
ระวังการใช้น้ำ-ไฟ: เมื่อมีน้ำท่วม ควรตัดการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสวิตช์ไฟฟ้าที่อยู่ต่ำใกล้ระดับน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร